Fic Tenipuri -Super Star Next Room!- [Atobe x Hiyoshi] Ch -3

posted on 01 Dec 2012 22:18 by lufelemperor in Fiction

Room 3 Pink head boy

 

 

 

ปัง! หลังจากที่(ญาติ)เจ้าของห้องถูกดันออกมาแบบเอ๋อๆ มุคาฮิ กาคุโตะก็กระพริบตาปริบอยู่หน้าห้อง 282 ราวกับว่าสมองยังประมวลผลไม่เสร็จว่าเกิดอะไรขึ้น จนท่านประธานต้องสะกิดเบาๆ

 

 

 

“เฮ้ๆ นายน่ะเป็นอะไรรึเปล่า?”เสียงทุ้มปลุกกาคุโตะให้หลุดจากภวังค์ เมื่อนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเจ้าตัวก็ตั้งท่าจะกลับเข้าไปในห้องเพื่อเล่นงานเจ้าบ้ากามนั่นสักหน่อย ถึงจะยอมรับผิดชอบน้องเขาแล้วก็เถอะ

 

 

 

“เฮ้ เดี๋ยวสิ”โอชิทาริ ยูชิเองก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้ จึงส่งซิกให้ฝาแฝดของตนลงไปเอารถก่อนแล้วจะตามไปทีหลัง ก่อนจะดึงแขนคนตัวเล็กให้ออกห่างจากประตู

 

 

 

เขาเดาได้ว่าไซเซ็นจะพูดอะไร ตัวเขาเองก็คิดว่าสถานการณ์มันแปลกๆอยู่ ดังนั้นจะปล่อยให้คนข้างหน้านี่เข้าไปวุ่นวายกับคนในห้องไม่ได้ เขาไว้ใจว่าไซเซ็นต้องมีวิธีดีๆแน่ๆ ที่เหลือขึ้นอยู่กับเขาที่จะต้องกันไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง

 

 

 

“นี่ปล่อยนะ! ผมจะเข้าไปหาน้อง!”ร่างบางประท้วงเสียงแข็ง ตอนนี้ในห้องนอกจากฮิโยชิแล้ว อีกสองคนที่เหลือก็เป็นเจ้าบ้ากามกับคนของเจ้านั่น จะไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด!

 

 

 

“ใจเย็นๆก่อนสิ.........เฮ้ย!”มือบางข้างที่เป็นอิสระจิกมือเขาจนต้องปล่อยออก กาคุโตะวิ่งไปถึงหน้าห้องแล้วก่อนที่จะรู้สึกว่าโลกมันหมุนกลับด้านแล้วเขาก็ไปอยู่บนบ่าของเจ้าแว่นนั่น!

 

 

 

“ปล่อยผมนะ!”ทั้งเตะทั้งทุบแต่ร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเจ้าตัวตามคำเรียกร้องเลย หนำซ้ำยังขู่กลับอีกต่างหาก

 

 

 

“นี่ชั้นยี่สิบแปด ถ้าไม่หยุดดิ้นจะปล่อยลงไปจากหน้าต่าง”ได้ผล.......มุกหลอกเด็กหยุดมุคาฮิ กาคุโตะได้อย่างชะงักนักก่อนที่ โอชิทาริ ยูชิจะแบกร่างบางแบบสบายๆจากชั้นยี่สิบแปดลงมาหน้าสำนักงาน จากสำนักงานออกประตูหลัง[ด้วยความช่วยเหลือของทาคิ]และจากประตูหลังสู่เบาะรถของเคนยะ เมื่อล็อกรถเรียบร้อยแล้วเขาจึงวางใจปล่อยมือออกจากแขนขาวๆนั่นได้

 

 

 

“ปล่อยผมนะ ผมจะไปหาน้องผม”ชายหนุ่มส่งเสียงย้ำเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไป แต่ไม่ได้โวยวายเหมือนตอนที่ยังอยู่หน้าห้อง เป็นเพราะหมดแรงจากการดิ้นหลังจากที่ทั้งสองลงมาถึงชั้นหนึ่งแล้ว ยูชิส่ายหน้าแล้วอมยิ้ม

 

 

 

“เอาน่า เพื่อนฉันไม่ทำอะไรน้องนายหรอก อีกอย่างไซเซ็นคุงเองก็ไว้ใจได้ ไปหาอะไรทำฆ่าเวลากันก่อนดีกว่านะ แล้วค่อยกลับมา”เมื่อเห็นว่าคู่กรณีหมดพิษสงแล้ว ประธานกลุ่มบริษัทโอชิทาริก็เอนตัวลงพิงเบาะรถหลับตาพักผ่อนอย่างสบายใจ ก่อนจะถูกเสียงใสๆของชายหนุ่มผมสีชมพูเรียกอีกครั้ง

 

 

 

“แล้วนี่พวกคุณจะพาผมไปไหนน่ะ เมื่อไหร่ผมจะได้กลับมาหาน้อง จะว่าไปพวกคุณเป็นใครกันล่ะเนี่ย!”ร่างบางออกอาการสติแตกเมื่อรู้สึกตัวว่าตนเองไม่รู้จักทั้งคนที่พาตัวเองลงมาและคนที่กำลังขับรถอยู่

 

 

 

“พรืด”

 

 

 

“ก๊ากกกก นายนี่ฮาใช้ได้นะเนี่ย”โอชิทาริ เคนยะ เหลือบมองหน้าเหวอๆของกาคุโตะแล้วทุบพวงมาลัยรถด้วยความชอบใจ โชคดีที่รถติดอยู่ไม่งั้นทั้งสามคนคงขำไม่ออกแน่ๆ

 

 

 

แตกต่างกับยูชิที่หลุดพรืดออกมาหนึ่งทีแล้วอมยิ้มซ่อนอาการขำเล็กน้อยไม่ให้ฝ่ายมุคาฮิงอน เดี๋ยวถ้าโกรธเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ร่างสูงหันมาฉีกยิ้มเพลย์บอยตามแบบฉบับก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว

 

 

 

“ฉัน โอชิทาริ ยูชิ เป็นเพื่อนของอาโตเบะ.....เจ้าบ้ากามที่นายว่านั่นล่ะ”ว่าแล้วก็ยื่นนามบัตรให้ เขาไม่ชอบที่จะต้องแนะนำว่าเป็นประธานของกลุ่มบริษัทโอชิทาริ เพราะคนร้อยละ 99.999999999999 ของญี่ปุ่นรู้จักทั้งชื่อ ตำแหน่งและหน้าตาของเขาอยู่แล้ว ส่วนคนอีกร้อยละ 0.000000000001 น่าจะนั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละ

 

 

 

“ฉัน...โอชิทาริ เคนยะ ฝาแฝดหมอนี่ เป็นนักแข่งรถ”เคนยะฉีกยิ้มตาหยีแบบจริงใจก่อนจะรีบหันกลับไปยังพวงมาลัยเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

 

 

“เห! ก็ว่าสิว่าทำไมคุ้นๆหน้า!”มือเล็กกำนามบัตรแน่นเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาพราวระยับ

 

 

 

โอชิทาริ ยูชิแอบถอนหายใจในใจ ท่าจะเป็นแฟนคลับของเราอีกแล้วสินะ 

 

 

 

“ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ตามข่าวเลย! โอชิทาริซังได้รางวัลเอเชียทัวร์กรังปรีซ์มาสินะครับ!”คำพูดที่ตามมาทำเอาประธานบริษัทเกือบหน้าทิ่ม

 

 

 

แล้วจะกุมนามบัตรเขาหาพระแสงอะไรฟร่ะ

 

 

 

“ฮะๆๆ แน่นอนสิ สปีดสตาร์อย่างฉันน่ะนะ”เคนยะหัวเราะร่า ดูก็รู้ว่ากำลังบ้ายอได้ที่ ยิ่งกาคุโตะยิ่งชมเข็มวัดอัตราเร็วของรถก็เบี่ยงไปทางขวามากขึ้นทีละน้อยๆทำเอายูชิเสียววูบ แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับคนขับและแฟนคลับหนุ่มที่ปีนไปนั่งเบาะหน้าเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

ตอนนี้เองโอชิทาริ ยูชิ พึ่งได้สัมผัสคำว่า ‘ถูกเมิน’ อย่างจริงๆจังๆแบบคนอื่นเขาสักที

 

 

 

..................................................................................................................................................................................................

 

 

 

“เอาล่ะ ก่อนอื่นเราคงต้งรีบแถลงข่าวก่อนที่พวกนักข่าวจะเอาไปใส่สีตีไข่ให้มันแย่ไปกว่านี้”นัยน์ตาเรียวจิกไปที่ดาราในความดูแลก่อนจะตวัดไปมองฮิโยชิ

 

 

 

“นาย...ไหวไหม”

 

 

 

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ เขาไม่ได้กลัวพวกสื่ออยู่แล้ว ยิ่งเป็นการสวนกลับพวกที่วางแผนทำให้เขาเสียหายแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่

 

 

 

“เราจะไปแถลงข่าวกันที่ต้นสังกัดขอเวลาผมอธิบายกับท่านประธานสักเดี๋ยวพวกคุณคุยกันเกี่ยวกับคำตอบที่พวกคุณจะตอบแล้วกัน ผมลองถามเพื่อนที่เป็นนักข่าวแล้วลิสต์คำถามที่น่าจะถามเอาไว้แล้วครับ”เด็กหนุ่มดึงกระดาษออกมาจากกระเป๋าสะพายประจำตัวยื่นให้อาโตเบะก่อนจะก้มหน้าก้มตากดมือถือในมือแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อความเป็นส่วนตัวของการคุยธุระ

 

 

 

“ไหนดูซิ”นัยน์ตาคมไล่ดูลิสต์รายการคำถามที่มีแต่ต้องตอบให้ตรงกันเท่านั้น เขาหันไปสบตากับคู่หมั้นหมาดๆที่ชะเง้อหน้าเข้ามาดูคำถามเช่นเดียวกันแล้วโพลงขึ้น

 

 

 

“ฉันจะเขียนคำตอบไว้ นายจำไปแล้วกัน”

 

 

 

“เรื่องสิ! ผมจะเขียน คุณน่ะแหละที่ต้องจำ”อีกผ่ายตอบอย่างดื้อดึง ทั้งสองจ้องสายตากันอย่างไม่ลดละจนสุดท้ายก็เอ่ยออกมาพร้อมกัน

 

 

 

“สลับกันคนละข้อไปเรื่อยๆ!/นายข้อคู่ฉันข้อคี่!”

 

 

 

เมื่อตกลงกันได้แล้ว เด็กหนุ่มก็ยกโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปกระดาษเจ้าปัญหาก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเพื่อเขียนคำตอบลงไป

 

 

 

สิบห้านาทีผ่านไป คำตอบทุกอย่างลงตัวหมดแล้วเหลือเพียงข้อเดียวที่ไม่ว่ายังไงฮิโยชิก็ไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาด

“ทำไมผมต้องเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าด้วย! นี่เป็นความผิดของคุณเรื่องนี้คุณต้องตอบให้ผมดูดีกว่านี้สิ!”มือเรียวหยิบปากกามาฝนคำตอบที่ดาราหนุ่มเขียนไว้ทิ้งก่อนจะเริ่มเขียนใหม่

“ไหนๆก็ๆไหนๆแล้ว เอาเป็นว่าเราเจอกันที่นี่ตอนคุณมาดูห้อง หลังจากนั้นคุณก็ถูกใจผมแล้วขอผมคบ..ก็แค่นั้น”

“ไหงกลายเป็นว่าฉันเป็นคนใจง่ายแล้วนายเป็นฝ่ายหยิ่งเลือกได้เล่า!”

“เรื่องที่คุณเขียนผมก็เป็นพวกคลั่งรักเหมือนกันนั่นแหละ!”ร่างบางตวาดแหวก่อนที่จะถูกขัดจังหวะโดยไซเซ็นที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน

“ท่านประธานเรียกพวกนักข่าวมาแล้ว เราต้องรีบไปให้ถึงต้นสังกัดในอีกสิบนาที ไม่งั้นพวกนายได้เอาหน้าโทรมๆแบบนี้ไปออกทีวีทั่วประเทศแน่”ผู้จัดการเด็กหนุ่มขู่ก่อนจะลากแขนทั้งสองออกจากห้องแล้วกำชับฮิโยชิ

“อย่าลืมล็อกห้อง ถ้าเป็นไปได้อย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด ถ้ามีปัญหาอะไรบอกฉันแล้วจะเคลียร์ให้เอง”เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะหันไปเช็คว่าห้องล็อกเรียบร้อยแล้วหรือยัง เมื่อตรวจความเรียบร้อยเสร็จแล้วทั้งสามก็เดินลงลิฟท์ไป

“นี่พวกคุณคิดคำตอบได้หรือยัง?”ไซเซ็นถามขณะกดปุ่มเลือกชั้น อาโตเบะและฮิโยชิหันมามองหน้ากันก่อนพร้อมใจกันพยักหน้า

ถ้าบอกว่ายังไม่ลงตัวข้อนึงต้องโดนบ่นหูชาแหงๆ 

ไซเซ็นซังดูเหนื่อย อย่าไปรบกวนเลย เดี๋ยวค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาแล้วกัน

ว่าแล้วกระดาษในมือก็ถูกสลับกันเพื่อท่องจำตำตอบที่อีกฝ่ายวางไว้ทันที ทางด้านไซเซ็นเมื่อเห็นทั้งสองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจึงไม่ได้ใส่ใจแล้วหยิบเฮดโฟนขึ้นมาสวมอีกครั้ง

ให้มันจบๆไปเสียที 

.........................................................................................................................................................................................................

“Dare datte mamoritai mono ga aru dake na no sa** ”เสียงริงโทนของท่านประธานดังขึ้น มือหน้าคว้ามันขึ้นมากดรับเมื่อเห็นหน้าจอโชว์รูปผู้จัดการวัยใส [อย่าตกใจไป ไซเซ็นไม่ยอมให้เขาถ่ายรูปหรอก นี่เป็นรูปที่อาโตเบะแอบถ่ายไว้แล้วส่งมาให้กะจะแกล้งแต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้แกล้งสักที]

“ฮัลโหลไซเซ็น”

“นี่ๆ ตอนที่ดริฟท์คราวนั้นน่ะนะ ผมสุดจะลุ้นเลยล่ะ กลัวแทบแย่”

“ใช่ไหมล่า ฉันเองจะลุ้นเลย แต่ก็อย่างว่าน่ะนะ.....”

เสียงโม้ของฝาแฝดและเสียงชื่นชมจากกาคุโตะยังดังไม่ขาดสายจนยูชิเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย

“อืม ใช่ๆ เขาอยู่กับฉัน”ว่าแล้วก็เร่งเสียงแข่ง ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไปแล้วได้อะไรแต่ประธานหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยตั้งแต่ร่างบางถือวิสาสะปีนเบาะไปนั่งคุยกับเคนยะแล้วล่ะ

“ที่ต้นสังกัด? ได้ๆ แค่นี้แหละ”เมื่อกดวางสายเรียบร้อยจึงหันไปสั่งฝาแฝด

“เคนยะไปที่ต้นสังกัดของอาโตเบะ”

“นี่ๆๆ นายได้ดูตอนที่ฉันแข่......”

“เคนยะ”

“ตอนนั้นผมลุ้นติดหน้าจอเลยล่ะ มัน.....”

“โอชิทาริ เคนยะ!”เสียงทุ้มตวาดเรียกชื่อเต็มยศทำให้สปีดสตาร์สะดุ้งจนถึงกับเบรกรถจอดดังเอี้ยด! โชคดีที่ถนนช่วงนั้นโล่งและเขากำลังขับติดเลนข้างฟุตบาทพอดีจึงไม่เกิดอุบัติเหตุอะไร แต่กาคุโตะที่ไม่ได้คาดเข็มขัดถึงกับเอาหัวโหม่งคอนโซลรถเต็มแรงจนเกิดรอยแดง ก่อนที่ทั้งสองจะทันโวยวาย โอชิทาริ ยูชิ ก็เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับออกก่อนจะดึงร่างบางออกมาแล้วจับยัดใส่เบาะหลังแล้วเข้าไปนั่งประกบ พลางดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ทันทีแล้วเอ่ยสั่งกับผู้เป็นแฝด

“เคนยะ ไซเซ็นโทรมาบอกว่าให้ไปเจอที่ตึกต้นสังกัดของอาโตเบะ”

“อะ.....อื้ม”

แล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างนิ่มนวล ประธานแห่งกลุ่มบริษัทโอชิทาริก็หลับตาลง คิดเรื่องที่เกิดขึ้นไม่หยุด

อีกะแค่คนที่พึ่งเคยเจอหน้าทำเขาต้องรู้สึก‘หวง’ขนาดนี้ด้วยนะ

......................................................................................................................................................................................................................

TBC Ch 4

Talk นิดนึง

แต่งแฝดให้ฉากเดียวกันนี่มันทรมานการคิดสรรพนามชัดๆ TT

*เป็นรางวัลที่สมมติขึ้น

**เพลง place of my heart ของเจ้าตัวค่ะ เครดิตบล็อกท่านราล์ฟเลยค่ะ  http://ralph-sarit.exteen.com/20110912/trans-yuushi-place-of-my-heart

 
 
................................................................................................
 

edit @ 3 Dec 2012 21:38:06 by Lufe Lufe Lufe

Comment

Comment:

Tweet

อิชี่ ...  สัญญาณนั้นบ่งบอกว่าเอ็งเริ่มชอบกัคคุงเข้าแล้วล่ะ  จะไม่ให้ชอบได้ยังไงก็กัคคุงตัวเล็กน่ารักออกซะขนาดนี้   -...-   อยากรู้คำตอบของอีกคู่แล้วล่ะ  โอเระซามะเรายังรอคุณอยู่ -..-

#2 By KATSUYO on 2013-05-21 03:00

ชั้นชอบคนถูกเมินนนนน -/////- กรี๊ดดด /ฟิน
เเต่ชอบน้อยกว่าเคนยะกับน้องวี 555 ยังรอโอเระซามะเด่นตอนหน้า -..-/// เเต่ชอบตอนนี้มากอ่ะ โดยเฉพาะช่วงน้องวีกะยูชิ เเล้วคำตอบนั่นมันอะไรกัน -.-+ ฮิโยชิเป็นคนคลั่งรักซะ 555

#1 By Hiyake-sama on 2012-12-03 21:57