Fic Tenipuri -Super Star Next Room!- [Atobe x Hiyoshi] Ch -4

posted on 11 Dec 2012 20:23 by lufelemperor

Ch 4 Answer and Question

 

Note.ตอนนี้มีตัวละครใหม่ค่ะ บวกกับจะอัพส่งท้ายแล้วจนกว่าจะมีรร.ม.สี่อยู่คงไม่ได้อัพยาวถ้าไม่ใช่วันเกิดใครนะคะ นี่แค่ 60% อ้อ Happy Birthday นะคะ คนที่เกิดวันนี้ :)

 

 

“เร็วเข้า ไม่มีเวลาแล้ว!”ชุดเรียบๆดูสง่าถูกยัดใส่มือก่อนที่ฮิโยชิจะถูกผลักเข้าไปในห้องแต่งตัว เด็กหนุ่มตั้งสติก่อนที่จะรีบเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว เมื่อออกจากห้องแต่งตัวก็ถูกกระชากไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะสำหรับแต่งหน้า ข้างๆกันมีอาโตเบะที่หลับตาพริ้มให้ช่างแต่งหน้าปัดแก้มให้อยู่

 

 

 

หมอนั่น....ตอนสงบเสงี่ยมก็ดูดีนี่นา.... 

 

 

 

 ฮิโยชิเองก็ต้องรีบหลับตาเช่นกันเมื่ออุปกรณ์ทั้งหลายถูกทิ่มตรงมายังใบหน้า เด็หนุ่มรู้สึกถึงสำผัสของเครื่องสำอาวเพียงนิดเดียวก่อนที่ช่างแต่งหน้าจะเอ่ยชม

 

 

 

“แหม หน้าคุณน้องนี่สวยธรรมชาติเลยจริงๆนะ  พี่ล่ะอิจฉ๊า อิจฉา เนี่ยแต่งบางๆก็สวยแล้ว”

 

 

 

“อ่ะ.....”ไม่ทันที่ ‘คุณน้อง’จะได้แย้งว่าตัวเองเป็นผู้ชาย เสียงปรบมือก็ดังขัดขึ้นก่อน

 

 

 

“แยกย้ายได้แล้ว อาโตเบะคิวนายกับคู่หมั้นแล้ว”เด็กหนุ่มมองเจ้าของเสียงปรบมือ ชายหนุ่มผมสีเทาปัดข้าง มือข้างหนึ่งพันผ้าพันแผลยาวไปถึงศอก นัยน์ตาคมดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อย จัดได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีมากๆเลยทีเดียว

 

 

 

“ไม่ต้องมาสั่ง ชิ-รา-อิ-ชิ”ร่างสูงเน้นเสียงหนักที่ชื่อของอีกฝ่ายแล้วลืมที่จะคว้ามือฮิโยชิไปกุมไว้ เด็กหนุ่มมีเซนส์มากพอที่จะรู้ว่านั่นเป็นการแสดง ดังนั้นจึงไม่ขัดขืนอะไร เมื่อก้าวไปยังประตูที่จะพาเขาไปยังห้องแถลงข่าวแล้ว อาโตเบะก็ก้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขาเบาๆ

 

 

 

“ก้มหน้าหน่อยแล้วกัน นายยังไม่คุ้นกับแสงแฟลช” ไม่ทันขาดคำประตูกก็ถูกเปิดออก แสงแฟลชวูบวาบแสบตาทำให้ฮิโยชิรีบก้มหน้าหลบตามคำแนะนำของดาราดังก่อนที่คนข้างกายจะจูงเขาไปนั่งโต๊ะที่มีไมโครโฟนวางอยู่สามตัวทั้งๆที่มีสี่ที่นั่งราวกับจงใจให้‘คู่รัก’ใช้ไมค์ตัวเดียวกัน

 

 

 

อาโตเบะนั่งลงตรงกึ่งกลางเยื้องไปทางขวาที่มีไมโครโฟรให้ ส่วนฮิโยชิเองก็ต้องนั่งข้างๆที่ไม่มีไมค์ให้ตามตำแหน่งที่ไซเซ็นกำชับไว้แล้ว ก่อนที่คนที่อาโตเบะเรียกว่า‘ชิราอิชิ’จะมานั่งข้างๆเขา ส่วนไซเซ็นนั่งขนาบดาราในการดูแลของตน

 

 

 

“ช่วยปิดแฟลชด้วย คู่หมั้นผมยังไม่ชิน”คำพูดที่เอ่ยขึ้นเพื่อปกป้องร่างบางทำให้ฮิโยชิรู้สึกดีขึ้นไม่น้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า

 

 

 

นั่นก็แค่ละคร หมอนั่นแค่ทำหน้าที่ของ’คู่หมั้น’เท่านั้นล่ะ

 

 

 

แสงแฟลชหยุดไปตามคำสั่งของดาราหนุ่มก่อนที่คนข้างๆเขาจะเริ่มเปิดประเด็น

 

 

 

“สวัสดีครับนักข่าวทุกท่าน ขอบคุณที่อุตส่าห์สละเวลามาฟังคำแถลงการณ์ด้วยนะครับ”ชิราอิชิเอ่ยสร้างเสียงฮือฮาในห้องเป็นอย่างมาก นักข่าวบางคนถึงกับโค้งให้เลยด้วยซ้ำ ขณะที่คนไม่ชอบข่าววงไฮโซอย่างฮิโยชิกำลังสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใครหันแน่ นักข่าวคนหนึ่งก็ได้ตอบข้อสงสัยของเขาขึ้นมาในรูปแบบประโยคคำถาม

 

 

 

“องค์ชายชิราอิชิ ทรงมาแถลงการณ์ด้วยตัวเองเลยหรือพะยะค่ะ”เมื่อได้ยังดังนั้นเด็กหนุ่มก็พลันนึกขึ้นได้

 

 

 

สายเลือดห่างๆขององค์จักรพรรดิที่ออกจากราชวงศ์เพื่อเดินตามทางของตัวเองแต่สุดท้ายก็ยังมียศเพราะความภักดีของประชาชน......ชิราอิชิ คุราโนะสุเกะ!

 

 

 

“ฮะๆๆ ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์หรอก ตัวฉันเองก็ไม่ได้มียศอะไรนั่นแล้วแค่คนอื่นยังเรียกติดปากอยู่เฉย แล้วคนเป็นประธาบริษัทก็ต้องดูแลดาราในสังกัดอยู่แล้วไม่ใช้รึไง”ร่างโปร่งหัวเราะร่าแล้วส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนที่จะหันไปเปิดเรื่องให้ไซเซ็น

 

 

 

“ต่อไปนี้เป็นการแถลงข่าว รบกวนฟังรายละเอียดจากคุณผู้จัดการไซเซ็นของเราก่อนนะครับ”

 

 

 

“อะแฮ่ม”ร่างบางกระแอมไอดึงความสนใจของคนในห้องเมื่อเห็นว่ายังมีนักข่าวสาวบางคนยังทำตาเยิ้มใส่รอยยิ้มเจ้าชายของประธานบริษัทอยู่ ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย

 

 

 

“การแถลงข่าวของอาโตเบะ เคย์โกะในวันนี้คือเรื่องภาพที่หลุดออกไป ผมให้พวกคุณแค่สามคำถาม กรุณาอย่าแย่งกันและถามคำถามให้ตรงประเด็นด้วยครับ”

 

 

 

“คะ ครับ คุณอาโตเบะ คนที่อยู่ในรูปถ่ายกับคนที่อยู่ข้างๆคุณตอนนี้คือใครครับ”นักข่าวคนแรกยกมือถามคำถามเพื่อไขข้อข้องใจที่ใหญ่ที่สุด

 

 

 

“ครับ เขาเป็นคู่หมั้นผมเอง”มือบางถูกคว้ามากุมก่อนที่จะดึงแขนขึ้นไปบางบนโต๊ะให้เห็นกันจะๆถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา อาโตเบะใช้มือข้างที่ว่างเลื่อนไมค์ให้ฮิโยชิเพื่อให้เด็กหนุ่มพูดต่อ

 

 

 

มารยาทดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

 

 

 

“สวัสดีฮะ”เสียงใสเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอายเมื่อเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังจับจ้อง ก่อนที่จะรีบแนะนำตัว

 

 

 

“ผมฮิโยชิ วาคาชิ คู่หมั้นของพี่เคย์ฮะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย”คำว่า‘พี่เคย์’ที่ถูกพูดออกมาเรียกเสียงฮือฮาให้กับความน่ารักและขี้อายของตัวได้เป็นอย่างดี ส่วนท่าทีเงอะๆงะๆแล้วโค้งอย่างสุภาพนั้นเรียกความนิยมจากนักข่าวได้เยอะอยู่เหมือนกัน

 

 

 

บางทีน่าจะเป็นมารยามากกว่า...... 

 

 

 

“คำถามต่อไปครับ”อาโตเบะสยบเสียงฮือฮาได้อย่างเฉียบขาด นักข่าวคนหนึ่งจึงรีบตะโกนแทรก

 

 

 

“แสดงว่าย้ายเข้าอยู่ด้วยกันแล้วหรอครับ”

 

 

 

“เปล่าครับ แค่ห้องข้างๆกัน พอดีวันที่ผมย้ายไปกะจะไปเซอร์ไพรซ์....แต่มีพวกยุ่งไม่เข้าเรื่องมาจุ้นจ้านซะก่อน”เสียงทุ้มเอ่ยเหน็บแนมต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ก่อนที่ไซเซ็นจะเอ่ยตัดบท

 

 

 

“คำถามสุดท้ายแล้วครับ”

 

 

 

“คุณสองคนรักกันได้ยังไงคะ”

 

 

 

ซวยแล้ว มีแค่สามคำถามดันสุ่มโดนข้อที่ยังตกลงกันไม่ได้ซะงั้น 

 

 

 

อาโตเบะยิ้มสู้เมื่อเห็นว่าคนข้างกายนิ่งงันเหมือนเห็นอะไรบางอย่างเขาจึงได้แต่พูดตามคำตอบที่ตัวเองคิดเอาไว้

 

 

 

“จะว่ายังไงดีล่ะ.....เราเจอกันบ่อยมาก”

 

 

 

เมื่อร่างสูงเริ่มพูดฮิโยชิจึงเลิกสนใจคนที่โพลงคำถามนี้ขึ้นมา......

 

 

 

คิดซะว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่คนถามดันเป็นยัยคนที่ปลุกระดมในทีวีนั่นแล้วกัน 

 

 

 

หลังจากนั้นเรื่องราวที่ถูกเล่าออกมานั้นเต็มไปด้วยความน้ำเน่าแบบสุดกู่ของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์กับอดีตน้องชายข้างบ้านผู้น่ารักซึ่งโชคชะตาที่พักพาให้ทั้งสองมาเจอกันอีกครั้งด้วยความบังเอิญ

 

 

 

โอ้ย จะอ้วก 

 

 

 

ไซเซ็น ฮิคารุ เหลือกตาขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย อะไรกันที่ทำให้ฮิโยชิยอมเป็นน้องชายข้างบ้านผู้น่ารักแบบนั้นกันนะ

 

 

 

“.............วาคาชิเองก็ทนไม่ไหวสารภาพออกมาก่อนเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก”

 

 

 

 “เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ”อาโตเบะโคลงหัวก่อนที่ฮิโยชิจะคว้าไมค์มาแล้วยิ้มหวาน

 

 

 

“ขอโทษนะฮะ”คำว่าฮะถูกใช้เพื่อสะกดเหล่านักข่าวอีกครั้ง ก่อนที่ฮิโยชิจะแสร้งทำเป็นเขินอายเมื่อถูกจับจ้อง

 

 

 

และแล้วเรื่องราวเรื่องใหม่ที่ว่าโชคชะตาไม่มีอยู่จริงหากแต่เป็นแผนของเจ้าชายผู้หลงรักน้องชายข้างบ้านตั้งแต่แรกพบส่งผลให้วางแผนใหญ่โตจัดฉากให้ได้มาเจอกันอีก จนกระทั่งจบเรื่องฮิโยชิก็ผลิกบทกลับมาเป็นเด็กน้อยผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในโลกของเหล่าเซเลป

 

 

 

       จะถามว่าทำไมอาโตเบะไม่ขัดน่ะหรอ?  ถามเท้าขวาที่ถูก’คู่หมั้น’เหยียบกับเท้าซ้ายที่ถูก‘ผู้จัดการ’ขยี้ดูสิ

 

 

 

       ชิราอิชิ มองหน้าดาราในสังกัดกับผู้จัดการที่เขาเลือกเองกับมือแบบขำๆ ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปมองคู่หมั้นกำมะลอพลางนึกชื่นชมในไหวพริบของเด็กหนุ่มอยู่ในใจแล้วเอ่ยตัดบท

 

 

 

“ครบสามคำถามแล้ว เรามีงานหมั้นที่ต้องจัดการอีก วันนี้พอแค่นี้ล่ะครับ”การปิดประเด็นถูกเอ่ยพร้อมกับระเบิดลูกโตสำหรับบุคคลหลังโต๊ะแถลงข่าวที่เหลือก่อนที่จะพากันลุกออกไปแบบงงๆ

หลังจากที่จบการแถลงข่าว ชิราอิชิก็รับโทรศัพท์ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเรียกตัวไซเซ็นไปคุยก่อนที่จะเดินมาหาเขาและอาโตเบะ

 

 

“ฮิโยชิคุง เดี๋ยวเราจะให้คนไปส่งเธอที่คอนโดแล้วกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องชีวิตประจำวันนะ ฉันจัดการพวกนักข่าวแล้ว ส่วนที่เหลือก็ตามปกติของเธอเลย...หรือว่าอยากได้คนขับรถหรือบอดี้การ์ดไหม?”

 

 

ฮิโยชิส่ายหน้าทันที ในเมื่อไม่มีนักข่าวแล้วเขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกและเขาไม่ต้องการให้มันเอิกเกริกกว่าเดิมด้วย เมื่อจบบทสนทนาก็มีคนมาเชิญเขาไปที่รถของบริษัทก่อนที่จะเจอพี่กาคุโตะกลางทาง ร่างบางหอบแฮ่กๆแล้วรีบวิ่งมากอดเขาบอกว่าตนเองพึ่งวิ่งมาจากห้องด้านบนซึ่งใช้ดูห้องแถลงข่าวโดยเฉพาะ โดยมีผู้ชายอีกสองคนที่เขาเจอที่คอนโดวิ่งตามหลังมา ดังนั้นจากที่จะนั่งรถของยริษัทกลับ กลายเป็นว่าได้นั่งรถของท่านประธานแห่งเครือโอชิทาริกลับแทน

 

 

ทำไมวันนี้เจอแต่คนใหญ่คนโตกันนะ 

 

 

เด็กหนุ่มนึกสงสัยก่อนจะโค้งตัวลงขอบคุณเมื่อถึงที่หมายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคิดเมื่อนึกออกว่ามีเรื่องที่ต้องทำ

 

 

พรุ่งนี้วันจันทร์ มีสอบย่อยคณิตศาสตร์สินะ 

 

 

 

และแล้ววันที่ไม่ธรรมดาของฮิโยชิก็จบลงด้วยหนังสือคณิตศาสตร์นั่นเอง..................

 

 

 

.............................................................................................................................................................................................

โรงเรียนเอกชนเฮียวเท

 

 

 

เสียงจ้อกแจ้กจอแจหยุดลงเมื่อขาเรียวก้าวเข้ามาให้อาณาบริเวณ ฮิโยชิหรี่ตามองเหล่า‘บุคคลร่วมโรงเรียน’ที่เห็นเขาเหมือนเห็นผี บ้างก็มองอย่างโกรธแค้น บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป

 

 

 

ถึงจะรับสภาพแล้วก็เถอะว่าถ้าออกแถลงข่าวก็อาจจะเจอสภาพแบบนี้ แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ชอบอยู่ดี ว่าแล้วก็สาวเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อขึ้นไปยังห้องเรียนและเจอบรรยากาศแบบนั้นตลอดทางเลยก็ตาม

“ปึ้ง!”เสียงฝ่ามือฟาดโต๊ะตรงหน้าทำให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างไม่สบอารมณ์

แค่นี้คนในห้องก็สนใจไม่พออีกหรอ หา? 

“ฮิโยะจัง.....อะไรทำให้นายตอแหลได้ขนาดนั้น”เด็กสาวผมสีชมพูยืนเท้าเอวมองหน้าเขาขำๆขณะที่เด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวอีกคนที่หลบหลังเพื่อนสาวอยู่โผล่หน้าออกมาทักทาย

“วาคะ~ ไม่ได้เจอกันแค่เสาร์อาทิตย์กลายเป็นเจ้าสาวแล้วหรอ~~”ฮิคาริ ชู เด็กสาวตัวเล็กยิ้มเผล่ก่อนที่ ฮิยาเกะ โยรุ เจ้าของมือที่ฟาดโต๊ะเขาจะเอ่ยเสริม

 

 

 

“ฉันบอกแล้วว่าโหวเฮ้งอย่างนายอ่ะ เคะได้อยู่แล้ว”

 

 

 

ฮิโยชิถอนหายใจเบาๆ เด็กสาวสองคนตรงหน้าคงจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของเขาล่ะมั้ง? ฮิคาริ ชู เด็กสาวตัวเล็กที่ชอบทำตัวห้าวเกินหญิง เป็นลูกศิษย์หมายเลขหนึ่งของพ่อเขา เรียกได้ว่าเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆเจอกันทีไรก็มีแต่คนเชียร์ให้สู้กัน ถ้าจะบอกว่าเจอหน้ากันครั้งแรกก็เหวี่ยงขาใส่กันเลยก็น่าจะว่าได้

 

 

 

คนต่อมาคือฮิยาเกะ โยรุ เพื่อยข้างบ้านสมัยเด็กของเขา ครอบครัวของฮิยาเกะกับฮิโยชิสนิทกันมากถึงแม้เด็กสาวจะย้ายบ้านออกไปเมื่อสี่ปีที่แล้วก็ตาม แต่ในเมื่อยังอยู่โรงเรียนเดียวกันก็เลยยังตัวติดกันอยู่ และด้วยความที่สนิทกันเกินไปทั้งสามจึงชอบนักล่ะที่จะเล่นหัวกัน พูดตรงๆไม่อ้อมค้อมบ้าง แซวกันบ้างจับจิ้นกับผู้ชายในห้องบ้าง...........นั่นหมายถึงเขาถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวน่ะนะ ซึ่งเขาไม่แปลกใจเลยที่ฮิยาเกะที่เชียร์ให้เขาแต่งสาวกับฮิคาริที่จิ้นได้แม้กระทั่งตัวการ์ตูนจะทำท่าดีใจยิ่งกว่าได้คะแนนเต็ม

 

 

 

“วันนี้ว่างไหม? จะเล่าให้ฟัง”เขาเอ่ยกลับไปเรียบๆ ให้ได้ยินกันแค่สามคน ฮิยาเกะพยักหน้าทั้งๆที่ยังยิ้มกว้างขณะที่ฮิคาริทำท่ามึนๆเล็กน้อยก่อนจะฉุดเขาให้ยืนขึ้น

 

 

 

“ฮิโยะ ไปเชียร์เค้าหน่อยสิ จะได้เวลาแล้ว”เมื่อพูดจบฮิยาเกะก็มองนาฬิกาสีชมพูแบ๊วเค้ากับสีผมที่ได้มาตอนวันเกิดแล้วเอ่ยเร่ง

 

 

 

“เดี๋ยวก็เปลี่ยนชุดไม่ทันหรอกรีบไปเร็ว”ว่าแล้วก็ช่วยกันจับเขาให้วิ่งตาม จนกระทั่งเขาทนไม่ไหวเอ่ยถามออกไป

 

 

 

“จะไปไหนกัน”

 

 

 

“ก็มีแต่คนซุบซิบเรื่องฮิโยะ ไม่อึดอัดหรอ ชูไปได้ยินบางคนถึงกับแอนตี้เลยนะ เพราะงั้น.....”เด็กสาวทิ้งช่วงเพราะต้องรีบจับราวบันไดก่อนจะแหกโค้งหน้าทิ่ม

 

 

“เพราะงั้น?”เขาเอ่ยถามซ้ำ

 

 

ให้ตายสิ ถามยัยนี่ไม่ค่อยจะได้คำตอบเลย 

 

 

 

“เพราะงั้นยัยคาริเลยประกาศให้คนที่แอนตี้มารวมตัวกันแล้วให้หาตัวแทนหนึ่งคน ถ้าตัวแทนคนนั้นสู้แพ้ฮิคาริล่ะก็ ทุกคนที่มารวมตัวกันจะต้องสวามิภักดิ์และก่อตั้งหน่วย ‘คุ้มครองว่าที่ภรรยาท่านอาโตเบะล่ะ’ ”ฮิยาเกะตอบต่อก่อนขะยืดอกอย่างภาคภูมิใจ จากสีหน้าปุเลี่ยนๆของฮิคาริที่บ่งบอกได้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนคิดชื่อหน่วยที่เห่ยขนาดนั้นทำให้เขาต้องหายใจเบาๆ

 

 

 

ลืมไปเลยว่ายัยฮิยาเกะมันคลั่งอาโตเบะ 

 

 

 

...........................................................................................................................................................

 
TBC CH5  ออริออกมาแล้วล่ะค่ะ ในเมื่อเป็นเหตุสุดวิสัยจะขาดคนชงไปไม่ได้ ในเมื่อสาวๆในปุริช่างขาดแคลนและดูไม่เหมาะกันคาแรกเตอร์สาววายสักเท่าไหร่(เว้นแอนไว้คน) ดังนั้นสองคนนี้เลยออกมาเพื่อไซโคโดยเฉพาะค่ะ ฝากฮิคาริกับฮิยาเกะด้วยนะคะ :)

edit @ 13 Dec 2012 20:27:29 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 13 Dec 2012 20:31:20 by Lufe Lufe Lufe

Comment

Comment:

Tweet

ฮิโยชิ นายเหยียบเท้าคู่หมั้นสุดหล่อของนายทำไม เดี๋ยวโอเระซามะเค้าเจ็บ -3-/// แอบสตั้นท์ชิราอิชิ นายเป็นองค์ชายเหรอ กรี๊ซซซ -////- แต่ตอนแรกแบบ อันที่จริงอาโตเบะก็แอบห่วงนายนะฮิโยชิ มีแบบแอบช่วยเรื่องเเฟลชด้วย ;w;) แต่ยังไงๆ ตอนนี้ก็ชอบประโยคสุดท้ายที่สุด...ได้ใจจริงๆ -..-/////b

#1 By Hiyake-sama on 2012-12-13 21:46