Song fic. -Karakuri Pierrot- [Hiyoshi x Akaya]

posted on 13 May 2013 21:59 by lufelemperor in Fiction directory Fiction, Cartoon

Title : -Karakuri Pierrot-

Pairing : Hiyoshi Wakashi x Kirihara Akaya

Rate : Drama-pg 13

Author : Lufe Lufe Lufe

Warning - คู่แรร์และเห็ดเลว....

Note - ฟังเพลงไปด้วยจะได้อารมณ์มากค่ะ "Karakuri pierrot - Hatsuna Miku"

 

 

 

เลยเวลานัดมาสองชั่วโมง

 

 

 

คิริฮาระ อาคายะก้มดูนาฬิกาข้อมือ....เลยเวลานัดมาสองชั่วโมงกว่าแล้ว

 

 

 

ทำไมยังไม่มาอีกนะฮิโยชิ

 

 

 

 

ฉันที่ยังอยู่คนเดียวตรงนี้คงเป็นคำตอบแล้วใช่ไหม 

 

 

 

 

อาคายะก้มหน้าเขี่ยเท้าอย่างไม่มีอะไรจะทำ.....อีกฝ่ายผิดนัดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ผิดบ่อยซะจนเขาชินชา ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์นั่งรถไฟมาหาถึงหน้าโรงเรียนแล้วแท้ๆ....

 

 

 

 

ผู้คนเดินพลุกพล่าน ราวกับหมู่มวลเมฆ กำลังยิ้มเย้ยหยันในความโง่ของฉันอยู่ 

 

 

 

 

ถึงแม้จะเป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นแล้ว แต่ยังมีนักเรียนบางคนที่อยู่ทำกิจกรรมชมรมต่ออยู่บ้าง.....หนึ่งในนั้นมีคงมีฮิโยชิ วาคาชิ อยู่ด้วย.....  อาคายะมองประตูโรงเรียนอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่มีคนไหนที่ใช่คนที่นัดเขาไว้เลย กลุ่มเด็กเฮียวเทบางคนก็ส่งสายตามองเขาด้วยความแปลกใจบ้าง ชินชาบ้าง ดูถูกบ้าง.......

 

 

 

 

จะไม่ชินได้ยังไง เขานัดฮิโยชิตรงนี้ทุกสัปดาห์....และยืนรอคนผิดนัดแบบนี้ทุกสัปดาห์ คนทั้งโรงเรียนคงจะจำเขาได้หมดแล้วล่ะมั้ง?

 

 

 

 

นั่นเป็นเรื่องง่ายที่แสนยากเหลือเกิน การยอมรับความจริงแล้วก้าวออกไป 

 

 

 

 

อันที่จริงเขาควรจะโกรธ....ควรจะก้าวขาออกไป ส่งเมลไปต่อว่าคนนัด งอน ไม่คุยด้วย....แต่เขาไม่มีสิทธิที่จะทำแบบนั้น ฮิโยชิไม่เคยง้อเขา ไม่เคยเป็นคนผิด หากเขาก้าวเท้าออกไป ความสัมพันธ์นี้คงสิ้นสุด ถึงแม้ว่าเขาอยากจะให้มันจบลง แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า.....เขาขาดฮิโยชิไปไม่ได้ เพราะอย่างนั้น คิริฮาระ อาคายะถึงได้ยืนรออย่างโง่งมอยู่ที่เดิมทุกสัปดาห์ เหมือนกับตุ๊กตาไขลานที่รอให้เจ้าของมาไขลาน.....

 

 

จนในที่สุดเอสปีสองแห่งริคไคก็ตัดสินก้าวเท้าเข้าไปในโรงเรียน.....ชมรมเทนนิส อยู่ทางด้านขวาสินะ....

 

 

ว่าแล้วก็เดินตามทางหรูหราของโรงเรียน ลึกเข้าไปจนเจอคอร์ทเทนนิสมากมาย แต่จากมุมที่เขาเห็น เหลือเพียงคอร์ทเดียวที่ยังมีคนอยู่...

 

 

 

 

อาโตเบะ เคย์โกะ กับ ฮิโยชิ วาคาชิ

 

 

 

 

ทั้งสองคนดูเหมือนว่าจะคุยอะไรกันอยู่ ไม่ทันที่จะได้คิดไปมากกว่านั้น ก็ต้องรีบเข้าไปหลบหลังรถเข็นใส่ลูกเทนนิสขนาดใหญ่ซะก่อนเพราะทั้งสองเปิดประตูคอร์ทออกมาทำท่าว่าจะกลับแล้ว

 

 

 

 

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ สำหรับเธอแล้ว ฉันเป็นแค่เพียง’ตัวตลก’อย่างนั้นใช่ไหม

 

 

ร่างบางรีบซุกตัวเองทำตัวให้ลีบที่สุด ในใจภาวนาขออย่าให้สองคนนั้นเห็นเขา....ทั้งๆที่การเดินเข้ามาไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย เป็นเรื่องที่สมควรทำตั้งแต่รออีกฝ่ายมาครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ  แต่แล้วการภาวนาของเด็กหนุ่มก็หยุดไป เมื่อได้ยินคำถามของกัปตันแห่งเฮียวเท

 

 

 

 

“เฮ้ วันนี้วันศุกร์นี่ นายไม่ได้นัดเจ้าเด็กหัวสาหร่ายนั่นไว้รึไง”

 

 

 

 

“ครับ ก็นัด....เหมือนปกติ”

 

 

 

 

 “ถามจริงเถอะ....นายนัดเด็กคนนั้นไว้เพื่ออะไรกันแน่”

 

 

 

 

“กัปตันไม่คิดว่ามันตลกดีหรอครับ เวลาที่เห็นคนยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วจู่ๆก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มวิ่งมาหาทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกินขึ้น แล้วทั้งหมดนั่นอยู่ภายใต้เงื่อนไขคือการเจอผมด้วย เหมือนกับเป็นตุ๊กตา เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของผม...”ฮิโยชิเลิกคิ้วแล้วแค่นหัวเราะ

 

 

 

 

หมุนวนเวียน เวียนวนเรื่อยไปจนเหนื่อยล้า 

 

 

 

 

ประโยคสุดท้ายนั่นเหมือนมีดที่กรีดลงไปในใจของอาคายะอย่างโหดร้าย

 

 

 

 

ทุกครั้งที่ฉันยืนรอ นายคอยมองแล้วหัวเราะเยาะอยู่ตลอดเวลาเลยหรอ

 

 

 

 

ที่นัดมาค้างทุกสัปดาห์เพื่ออะไรกัน เขาเป็นเหมือนของเล่นแก้เหงาสินะ

 

 

 

 

ไม่ใช่สิ..ไม่ใช่ของเล่น

 

 

 

 

ลมหายใจ ลมหายใจที่กำลังหมดลง

 

 

 

 

เป็นแค่หุ่นเชิด ที่ให้นายคอยชักใยมาตลอด

 

 

 

 

ถ้านายอยากเห็นฉันยิ้ม นายก็แค่ยิ้ม

 

 

 

 

นายอยากเห็นฉันร้องไห้ ก็แค่ทำร้ายจิตใจ.....ทุกอย่างง่ายมาก ง่ายนิดเดียว

 

 

 

 

นี่คงจะเป็นจุดจบอันแสนเศร้าของฉัน  แต่ถึงอย่างนั้นก็เอื้อมไปไม่ถึงเธออยู่ดี 

 

 

 

 

‘แปะ’

 

 

 

 

หยดน้ำตาไหลริน

 

 

 

 

ฝนตกหรอ?

 

 

 

 

ใคร ใครร้องไห้?

 

 

 

 

อาคายะหันซ้ายหันขวาก่อนจะตระหนักถึงความจริงสองข้อ

 

 

 

 

ข้อแรก นั่นเป็นน้ำตาของเขา

 

 

 

 

และข้อที่สอง ฮิโยชิ วาคาชิ ไม่เคยรักเขาเลย

 

 

 

 

ฉันยังคงหมุนไป พร้อมกับโลกใบนี้ 

 

 

 

 

ที่มันไม่เคยรับรู้อะไรและยังคงหมุนต่อไป 

 

 

 

 

จริงสิ.....มามัวอยู่ตรงนี้ไม่ได้นะ

 

 

 

 

ถ้าฮิโยชิไปที่หน้าโรงเรียนแล้วไม่เจอเขาล่ะก็ ต้องโกรธมากแน่ๆ

 

 

 

 

ฮะๆ ทั้งที่รู้ขนาดนี้แล้วยังเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะโกรธ

 

 

 

 

โง่สมเป็นเราเลยนะ คิริฮาระ อาคายะ

 

 

 

 

ว่าแล้วอาคายะก็ปักฝุ่นที่ขากางเกงก่อนจะออกวิ่งวนไปอีกทาง โชคดีที่ฮิโยชิขึ้นไปเก็บกระเป๋านักเรียนบนตึกเรียนก่อน เพราะอย่างนั้นตอนที่เขามาถึงอาโตเบะก็ได้นั่งลิมูซีนจากไปแล้ว พร้อมๆกับฮิโยชิที่พึ่งลงบันไดหน้าตึกลงมาพอดี

 

 

 

 

เพียงสักหนึ่งวินาที แม้เพียงจะกลั้นลมหายใจไว้ 

 

 

 

 

แต่ตัวฉันก็ยังคงยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออกอยู่ดี 

 

 

 

 

อาคายะยืนอึกๆอักระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย

 

 

 

 

ปกติเขาทำตัวยังไงนะ?

 

 

 

 

.....ใช่แล้ว ต้องเปลี่ยนสีหน้า ต้องยิ้มกว้าง ต้องเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปหา

 

 

 

 

อาคายะกำมือแน่น หลับตาแล้วพยายามสงบสติอารมณ์

 

 

 

 

ทำไม...ยิ้มไม่ออกล่ะ

 

 

 

 

ทำไมขาไม่ก้าวออกไปล่ะ

 

 

 

 

ไม่ได้นะ ถ้าไม่ทำตัวปกติ เขาต้องรู้แน่ๆ

 

 

 

 

ได้โปรด........

 

 

 

 

มันเป็นเรื่องบังเอิญ และโชคชะตา 

 

 

 

 

บางทีหากไม่รู้อะไรเลยอาจจะดีกว่า 

 

 

 

 

“อาคายะ...เป็นอะไรไปรึเปล่า ขอโทษนะ ที่ทำให้รอนาน”

 

 

 

 

“ฮะ..ฮิโยชิ”เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เจอ’คนรัก’ยืนอยู่ในระยะประชิด

 

 

 

 

ความอบอุ่นของเธอ ที่ส่งผ่านมาถึงฉัน

 

 

 

 

ทั้งรอยยิ้ม และท่าทางนั้น 

 

 

 

 

“นายดูแปลกๆไป ไข้ขึ้น? หรือว่าซ้อมจนเหนื่อย”ฮิโยชิดึงมืออาคายะขึ้นมาจับ ก่อนจะจับไหล่อีกฝ่ายแล้วเอาหน้าผากแตะ

 

 

 

 

“อุณหภูมิก็ปกติ.....”

 

 

 

 

กำลังทำให้ฉันแตกสลายไป 

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก”อาคายะยิ้มแล้วจับมืออีกฝ่ายแน่น

 

 

 

 

“ไปหาอะไรกินกันเถอะนะ”

 

 

 

 

ทีแบบนี้..ยิ้มง่ายจังเลยนะ

 

 

 

 

แค่นายเป็นห่วงก็ดีใจมากแล้ว

 

 

 

 

หัวใจเต้นแรงมากเลยนะ ต่อให้มันเป็นแค่การ’เชิด’ของนายก็ตาม

 

 

 

 

หมุนวนเวียน เวียนวนเรื่อยไปจนเหนื่อยล้า  (หมุนวนเวียน เวียนวนเรื่อยไปจนเหนื่อยล้า) 

 

 

 

 

“วันนี้ฉันจะลองทำกับข้าวดู นายอยากกินไหม?”คนสูงกว่าเอ่ยเรียบๆเป็นเชิงถาม ขณะที่จูงคนข้างๆเดินไปตามทาง

 

 

 

 

ลมหายใจ ลมหายใจที่กำลังหมดลง  (ลมหายใจ ลมหายใจที่กำลังหมดลง) 

 

 

 

 

“จริงหรอ! ฮิโยชิจะทำให้กินอย่างนั้นหรอ!”

 

 "อืม แต่คงเป็นแค่อาหารง่ายๆล่ะนะ"

 

 

จงเปลี่ยนไป จงเปลี่ยนไป เปลี่ยนจุดเริ่มต้นของเรื่องราว 

 

 

ช่างน่ากลัว ช่างน่ากลัว สิ่งนั้นช่างน่ากลัว 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ขอแค่ฮิโยชิทำฉันก็กินได้หมดนั่นล่ะ”

 

 

 

 

ใช่ ขอแค่เป็นฮิโยชิ

 

 

 

 

ขอแค่ฮิโยชิมีความสุข

 

 

 

 

ทำได้ทุกอย่างเลยนะ

 

 

 

 

ต่อให้ฉันต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

 

พอได้แล้วกับการต้องรอเธออยู่ตรงนี้ 

 

 

 

 

ก่อนที่ตัวฉันจะพังทลายลงไป 

 

 

 

 

‘เหมือนกับเป็นตุ๊กตา เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของผม...’

 

 

 

 

จู่ๆคำพูดที่ได้ยินมาก็ผุดขึ้นมาในสมองทำให้คนตัวเล็กกว่าชะงักหยุดไป

 

 

 

 

หมุนวนเวียน เวียนวนเรื่อยไปจนเหนื่อยล้า   

 

 

 

 

“เป็นอะไรไปอาคายะ....นายดูแปลกไปจริงๆนะ”

 

 

 

 

“ไม่........”เป็นไร อาคายะหยุดปากตัวเองเอาไว้ นั่นมันคำตอบของตัวเขาก่อนที่จะได้ยินประโยคนั้น

 

 

 

 

“หืม? นายว่าอะไรนะ”ฮิโยชิขยับขาเดินเข้ามาใกล้จนได้ยินคำถามของอาคายะ

 

 

 

 

“ที่บอกว่า เหมือนกับเป็นตุ๊กตา เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของนาย.. น่ะ จริงหรอฮิโยชิ มองฉันแบบนั้น มาตลอดเลยหรอ....”

 

 

 

 

ได้โปรด ขอแค่ปฎิเสธ ขอแค่โกหกคำเดียว เขาก็ยินยอมที่จะเชื่อมันต่อไป

 

 

 

 

ยินดีทุกข์ทรมานเพื่อสายสัมพันธ์นี้ต่อไป

 

 

 

 

ลมหายใจ ลมหายใจที่กำลังหมดลง

 

 

 

 

“อ้าว.....ได้ยินซะแล้วหรอ?”

 

 

 

 

“!!”

 

 

 

 

“ฮะๆ นั่นก็หมายความตามที่พูดล่ะนะ นายน่ารักจะตายอาคายะ....”

 

 

 

 

“แค่หยอดคำพูดนิดหน่อยก็ยิ้มจะเป็นจะตาย..”

 

 

 

 

“....”

 

 

 

 

“แค่.....”

 

 

 

 

“พอเถอะ”

 

 

 

 

“ทำไมล่ะ? รับไม่ได้หรอ? จะตบฉันแล้วบอกเลิกงั้นหรอ? ทำเลยสิอาคายะ”

 

 

 

 

เช่นนั้น ฉันจะเป็นปิเอโร่(ตัวตลก)อย่างที่เธอต้องการ

 

 

 

 

“แค่อยากถามน่ะ.....ถ้าฉันยังยอมเป็นตุ๊กตาของนายอยู่แบบนี้ เรา....จะยังคบกันแบบนี้ต่อไปได้ไหม”

 

 

 

 

“ไม่เอาหรอก ถ้ารู้แล้วแบบนี้ก็น่ารำคาญแย่ อันที่จริงฉันพูดความจริงออกไปก็ตั้งใจอยากจะเห็นนายโกรธน่ะ ยิ่งตาเปลี่ยนสีเลยยิ่งดี ฉันไม่เคยเห็นนายโหมดแบบนั้นมาก่อนเลย”

 

 

 

 

“แต่ว่า.....ยังไงก็ได้นะ!”

 

 

 

 

“??”

 

 

 

 

“จะสั่งอะไรก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ ได้โปรดล่ะฮิโยชิ อย่าไปนะ!”นัยน์ตาฉายแววร้อนรน อ้อนวอนราวกับจะขาดใจ

 

 

 

 

ความปราถนาของเธอคือสิ่งใด

 

 

 

 

โปรดบอกฉันมาเถิด 

 

 

 

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้....”

 

 

 

 

“จริงหรอ!”

 

 

 

 

“คำสั่งต่อไป............อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

 

 

 

 

“อื้ม ได้เลย ฮิโยชิ”

 

 

 

 

อาคายะยิ้มหวานก่อนจะก้าวเท้าลงถนนใหญ่........ขณะที่รถบรรทุกคันโตสวนมาพอดี

 

 

 

 

“เปรี้ยง! โครม!”

 

 

 

 

-The end of Karakuri Pierrot-

 

 

 

cr.คำแปลเพลง

http://www.youtube.com/watch?v=hEGl0ScCK-I

 

///Talk  Time

มาคุยกํนไหมคะ?

ก่อนอื่นวางอาวุธก่อนนะ  เค้ากลัว ;-;

อันที่จริงฟิคนี้พี่เพื่อนยุแล้วบังเอิญแรนดอมเพลงไปเจอ karakuri pierrot ขึ้นมาเลยตัดสินใจเขียน....

ตอนแรกที่อัพ มีบรรทัดสลับนิดหน่อยเลยกลายเป็นตลกไปด้วยล่ะ orz ตอนนี้แก้แล้ว คนที่เคยเห็นก็จุ๊ๆไว้นะ ;)

ส่วนสำคัญที่ว่ายังไงก็ต้องบอกคือ....จขบ.มองตัวละครที่เขียนทุกเรื่องเป็นเหมือนลูกค่ะ

แม่ที่ไหนจะฆ่าลูกได้ลงคอจริงไหม?

เพราะอย่างนั้น ใครอยากอ่านบทเสริมก็แสดงตัวได้เลยนะคะ

 

edit @ 13 May 2013 22:29:16 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 13 May 2013 22:57:38 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 14 May 2013 08:22:45 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 14 May 2013 10:09:16 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 15 May 2013 09:53:53 by Lufe Lufe Lufe

Comment

Comment:

Tweet

สถานะดั๊นนี่คือ...ผู้สังเกตเห็นคำนั้นใช่หรือไม่ 55555
/เขย่าไรท์ รู้มั้ยว่าตอนแรกเราเม้นเเล้ว เกือบจบเเล้วด้วย เเต่เธอดันเเก้ไขมันไปก่อน คนสวยเสียใจ*ซบอาโตเบะ มาอ่านอีกรอบ ก็ให้อารมณ์เดิม หม่นหมอง เเละเห็ดเล๊ววเลววว angry smile ไม่รักเเล้วยังมาหลอก อะไรกัน...อันที่จริงเค้าว่าคุณก็เขียนแนวแบบนี้ก็โอนะ อ่านๆ เเล้วผิดมั้ยที่รู้สึกว่าอาคายะก็น่าจะเหมาะกับบทมาม่า/โดนเตะ ถ้ามีบทเสริมชั้นก็อ่านนะ ;w;
ปล. อาโตเบะหล่อ กรี๊ดดดดดด   

#6 By HYK S A M A (103.7.57.18|14.207.185.21) on 2013-05-15 17:16

@ralph-sarit   555 เอาตรงๆชอบเรื่องแนวนี้นะคะ //โดนต่อย//  แบบหน่วงๆ บีบๆ แงงงงงงงงง
ชอบอาคายะแบบนี้เหมือนกันค่ะ   //หลบอาวุธต่อไป

#5 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-15 14:05

อ่านครับ ^^
 
ป.ล. ถึงยังไงก็ชอบอาคายะที่ออกจะดูน่าสงสารแบบในฟิคอยู่ดีแหละ แหะๆ

#4 By Ralph on 2013-05-15 12:58

@capuchino-chocolate  @ralph-sarit   คำตัดพ้อของทั้งคู่คืออะไรค้าาาาาา  เค้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่าอาคายะจะ.....น่ะ  สงสัยคงต้องอธิบายใน Talk ซะแล้ว  คำถามคือ...ถ้ามีบทเสริม จะอ่านกันไหมคะ??

#3 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-15 09:49

Karakuri pierrot เนี่ยเป็นหนึ่งในเพลงที่ผมชอบมากๆ เลยล่ะ โดยเฉพาะความหมาย
 
ปกติไม่ได้ชอบฟิควายแนวหวานๆ เท่าไหร่ เลยชอบเรื่องนี้มาก แม้อาคายะจะ...ตอนจบก็เถอะ แต่ผมก็ชอบแนวดาร์คๆ อย่างนี้มากกว่าแนวหวานๆ อยู่ดีแฮะ
 
แถมสำหรับผม อาคายะโมเอ้ที่สุดเวลาน่าสงสารซะด้วยสิ ><
 
//วิ่งหลบอาวุธด้วยอีกคน

#2 By Ralph on 2013-05-14 21:47

ตอนจบนั่นอาร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย /พราก
กดดันค่ะ หัวใจพัง ฮือออออออออออ
สงสารอาคายะ

#1 By YULATY on 2013-05-14 19:20