[บทเสริม] Fic Tenipuri -Penalty of Puppeteer- [Hiyoshi x Akaya]

posted on 15 May 2013 14:08 by lufelemperor in Fiction directory Fiction

Title : - Penalty of Puppeteer-

 

Pairing : Hiyoshi x Akaya

 

Rate : Drama-pg 13

 

Author : Lufe Lufe Lufe

 

Warning : คู่แรร์

 

Note : ส่วนต่อจาก Karakuri Pierrot ค่ะ

 

อาคายะกำลังนอนหลับอยู่....

 

 

สีหน้าดูนิ่งสงบต่างจากปกติอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

 

“อาคายะ ฉันมาเยี่ยมแล้วนะ” ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคงจะเป็นคนที่มาเยี่ยมทุกวัน

 

 

ฮิโยชิ วาคาชิ

 

 

 

 

“วันนี้ก็ซ้อมหนักเหมือนเดิม ตั้งเป้าแล้วว่าจะต้องโค่นริคไคกับเซย์ชุนให้ได้”

 

 

 

 

เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็นคำตอบ

 

 

 

 

ฮิโยชิเหลือบไปเห็นดอกไม้ในแจกันที่ได้รับการเปลี่ยนใหม่แล้วจึงวางช่อดอกไม้ในมือของตนลง

 

 

 

 

“วันนี้พวกเซมไปมาเยี่ยมหรอ กลับไปแล้วสินะ”นิ้วเรียวคลำผ้าพันแผลบนหน้า เขาไม่ได้บาดเจ็บ.....แค่ปิดรอยมือของรองกัปตันคนนั้นเอาไว้เท่านั้นเอง

 

 

 

 

‘ติ๊ด’ ‘ติ๊ด’ ‘ติ๊ด’

 

 

 

 

“กลับไปนานรึยัง? ระหว่างที่ฉันยังไม่มานายเหงาไหม”

 

 

 

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนบนเตียงเช่นเคย ฮิโยชิทรุดตัวนั่งเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วยก่อนจะจับมืออีกฝ่ายขึ้นมานวดเบาๆ

 

 

 

 

“ไม่พูดไม่จาไม่สมกับเป็นอาคายะเลยนะ......”

 

 

 

 

“...............”

 

 

 

 

“นอนอยู่นานๆแบบนี้เมื่อยหรือเปล่า ทำไมไม่ลุกขึ้นมาเดินหน่อยล่ะ”

 

 

 

 

“.......”

 

 

 

 

“พูดอะไรบ้างสิ ได้โปรด...อาคายะ”ว่าที่กัปตันคนต่อไปของเฮียวเทซุกหน้าลงกับคนที่นอนหลับอยู่ ไหล่สั่นสะท้านเพราะกลั้นน้ำตา ถึงอย่างนั้นฝ่ามือของผู้ป่วยก็ยังมีรอยหยดน้ำตาอยู่ดี

 

 

 

 

พึ่งรู้ว่าอีกฝ่ายสำคัญมากแค่ไหน

 

 

 

 

พึ่งรู้ว่าเสียงของอีกฝ่ายไพเราะมากเพียงใด

 

 

 

 

พึ่งรู้สึกว่าเขาไม่สามารถขาดคนตรงหน้าได้

 

 

 

 

พึ่งรู้สึก......ในวันที่สายไปเสียแล้ว

 

 

 

 

อาคายะฆ่าตัวตายเพราะเขาเป็นคนไล่อีกฝ่ายไป

 

 

 

 

อาคายะไม่ยอมตื่นเพราะส่วนลึกในจิตใจสั่งให้หลับ

 

 

 

 

ส่วนลึกของจิตใตนั่น คือคำสั่งของเขาที่บอกว่าไม่อยากเห็นอีก

 

 

 

 

ไม่ว่าจะคิดในแง่ไหน เขาคือคนสั่งให้อาคายะไปตาย......

 

 

 

 

ถึงแม่ว่าจะไม่มีใครโทษเขาก็ตาม ใช่...ไม่มีใครโทษเขา ทุกคนคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าคนของริคไคจะมีท่าทีระแคะระคาย ไม่สิ คนของฝั่งนั้นน่าจะรู้ จากสายตาเห็นชาและรอยมือบนใบหน้าเขา

 

 

 

 

เด็กที่ร่าเริงแบบนี้จะวิ่งเอาตัวไปขวางรถได้ยังไง..... 

 

 

 

 

ใช่...คนอย่างอาคายะไม่มีทางคิดสั้น....ถ้าเขาไม่สั่ง

 

 

 

 

แต่มานึกเสียใจตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว..มือขาวยกขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหยิบชายผ้าห่มมาคลุมอีกฝ่ายให้เรียบร้อย เมื่อลุกขึ้นก็ประทับริมฝีปากตัวเองเข้ากับคนบนเตียงเบาๆแล้วเอ่ยลา

 

 

 

 

“พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่นะ......สุดสัปดาห์อาจจะมาค้าง”

 

 

 

 

“ฝันดีนะ...อาคายะ”

 

 

 

 

‘กึก’เสียงประตูปิดอย่างแผ่วเบาที่ไม่รู้ว่าจะดังขึ้นอีกสักกี่ครั้ง แต่ตราบใดที่อาคายะไม่ฟื้น ฮิโยชิจะไม่มีวันหยุดรอ....ต่อให้นานแค่ไหนก็ตาม................

 

 

 

....................................................................................

 

 

 

 

“เขาไปแล้วล่ะ”ประตูห้องน้ำถูกบิดเปิดออกจากด้านใน ก่อนที่คนของริคไคจะทยอยเดินกันออกมา

 

 

 

 

“อาคายะ เขามาง้อขนาดนี้แล้วยังไม่ตื่นอีกหรอ?”ยูคิมูระทรุดตัวลงนั่งแทนที่ที่ของเด็กหนุ่มเมื่อสักครู่

 

 

 

 

“...........”ซานาดะไม่ได้พูดอะไร หากแต่เกลี่ยปอยผมของเด็กหนุ่มรุ่นน้องออกเบาๆ

 

 

 

 

“..........”คราวนี้ยานางิเองก็ไม่ได้พูดอะไร......โอกาสในการฟื้น...ตัวเลขเปอร์เซ็นอันน้อยนิดนั่น....

 

 

 

 

 

“นี่ ถ้าไม่รีบฟื้น ระวังจะตามคนอื่นเขาไม่ทันหรอก ภาษาอังกฤษของนายยิ่งเข้าขั้นวิกฤติอยู่นะ ปุริ~”นิโอยังพูดล้อเล่นเหมือนเดิมแต่แววตาไม่ได้ไปตามที่พูด มือหนากุมมือคู่หูของตัวเองแน่น ยางิวเองก็พยายามสงบสติอารมณ์ถึงแม้มือจะสั่นก็ตาม

 

 

 

 

“ใช่ๆ แล้วขนมส่วนของนายระวังฉันจะกินหมดเอานะ”บุนตะเดินเข้าไปหยิกแก้มคนบนเตียง ด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าเด็กน้อยหัวสาหร่ายจะลุกขึ้นมาปัดป้องและโวยวายเหมือนแต่ก่อนขณะที่แจ๊กกัลเองก็พูดขึ้นบ้าง

 

 

 

 

“ถ้านายรีบตื่นจะเลี้ยงราเม็งเจ้าประจำเลยนะ อาคายะ”

 

 

 

 

‘ติ๊ด’ ‘ติ๊ด’ ‘ติ๊ด’  เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจดังอย่างสม่ำเสมอ บรรยากาศในห้องผู้ป่วยอึดอัดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ เพราะว่าขาดเด็กน้องที่สร้างสีสันในริคไคไป ทุกอย่างก็ดูหม่นหมองขึ้นมา เมื่อไม่มีน้องเล็กคนนั้นก็เหมือนกับว่าความร่าเริงหายไป

 

 

 

 

“กลับกันเถอะ”ยางิวก้มหน้านิ่ง ทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว...ทนดูทุกคนทรมานไม่ไหวแล้ว

 

 

 

 

“นั่นสินะ..ไปกันเถอะ”คนในห้องต่างก็เห็นด้วย แล้วทยอยออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบจนกระทั่งเจ้าของหมวกสีดำกลับหลังหันมาเพื่อปิดประตู

 

 

 

 

“รุ่น.....พี่ ครับ”

 

 

 

 

“อาคายะ!!”

 

 

 

 

สองสัปดาห์ต่อมา

 

 

 

 

“เฮ้ อาคายะ วันนี้หัวนายมันเหมือนสาหร่ายเกินไปแล้วนะ ปุริ”จอมหลอกลวงเอาแขนพาดใหญ่ก่อนที่แขนอีกข้างจะขยี้หัวว่าที่กัปตันแห่งริคไคจนผมที่หยิกอยู่แล้วยู่ยี่เข้าไปใหญ่

 

 

 

 

“มันไม่ได้เหมือนสาหร่ายสักหน่อย!”อาคายะโวยวายพยายามดันตัวเองให้ออกจากรุ่นพี่จอมแกล้งให้ได้

 

 

 

 

“นิโอคุง!”เสียงทุ้มติดหวานตวาดก่อนที่หนังสือเล่มหน้าจะฟาดปั้กเข้าที่ศีรษะอีกฝ่ายจนต้องร้องโอดโอย

 

 

 

 

“ยางิวอ๊ะ!”

 

 

 

 

“สมน้ำหน้ารุ่นพี่”อาคายะแลบลิ้นแบร่ก่อนจะถูกซานาดะหิ้วปีกออกไปซ้อมโหดกับเหล่าสามปีศาจ เสียงโวยวายลั่นของอาคายะสร้างรอยยิ้มให้แก่ทุกคอร์ทได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

สมกับเป็นเทวดาของริคไค.......

 

 

 

 

 

“นี่~ มารุอิคุง เราไปแข่งกันไม่ได้หรอ”คนขี้เซาของเฮียวเทโวยวายทำหน้าบึ้ง ขณะที่คนติดหวานส่ายหัวปฎิเสธ

 

 

 

 

“ไว้เราไปแข่งคอร์ดข้างนอกดีกว่า...เนอะ ฮิ-โย-ชิ-คุง”น้ำเสียงลงหนักที่ชื่อของรุ่นน้องอย่างหน้ากลัวขณะที่ฮิโยชิถอนสายตาออกจากคนในคอร์ท

 

 

 

 

“ครับ.....รุ่นพี่”

 

 

 

 

นี่คงเป็นบทลงโทษของเขาล่ะมั้ง?

 

 

 

 

อาคายะฟื้นแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะจำเรื่องระหว่างเขาได้เลยสักนิด แถมยังมีอาการปวดหัวจนร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นชุดยูนิฟอร์มของเฮียวเท ดังนั้นยูคิมูระจึงออกคำสั่งทุกคน กันทุกอย่างออกไปจากชีวิตของอาคายะทันที

 

 

 

 

จดหมายซ้อมแข่งของเฮียวเทถูกขยำทิ้งลงเตาเผา เบอร์ในเครื่องถูกลบออก สถานที่นัดพบของบุนตะและจิโร่ต้องห้ามอาคายะเห็นเด็ดขาด รวมถึงคนในโรงเรียน....ห้ามมีใครพูดถึงอุบัติเหตุครั้งนี้และอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเฮียวเทเด็ดขาด!

 

 

 

 

หลังจากที่เขาได้ข่าวว่าอาคายะฟื้นแล้ว ยังไม่ทันที่จะออกจากบ้านคนของริคไคก็มาเคาะประตูถึงที่ พร้อมกับยื่นข้อเสนอ....ไม่สิข้อบังคับมากกว่า

 

 

 

 

ไม่ว่ายังไงก็ห้ามไปเจออาคายะ

 

 

 

 

ลบให้หมดทั้งเบอร์และเมลแอดเดรส

 

 

 

 

ห้ามติดต่อห้ามไปหา แต่กลับอนุญาติให้ไปเฝ้ามองอีกฝ่ายห่างๆในบางที

 

 

 

 

ราวกับเป็นบทลงโทษที่เห็นคนเป็นของเล่น

 

 

 

 

บทลงโทษที่ทำร้ายจิตใจเด็กน้อยของริคไค

 

 

 

 

บทลงโทษที่เหมือนกับจงใจแก้แค้น

 

 

 

 

บทลงโทษ ที่ไม่ยอมให้แม้แต่โอกาสครั้งที่สอง

 

 

 

 

สาสมแล้วล่ะ...ฮิโยชิ วาคาชิ

 

 

 

 

ต่อจากนี้ไป ฝ่ายที่ต้องทุกข์ทรมานคือเขาเอง

 

 

 

 

เป็นบทลงโทษที่ไร้วันสิ้นสุด

 

 

 

 

“ไปกันเถอะครับ”ฮิโยชิกลับหลังหัน...จะมาได้อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อรุ่นพี่จิโร่จะมาสินะ...

 

 

 

 

“อื้ม! ไปกันเถอะมารุอิคุง”

 

 

 

 

“นั่นสินะ....ไปกันเถอะ”

 

 

 

 

-The End-

 

Talk / คราวนี้จบแล้วจริงๆนะคะ ไม่มีตอนต่อแน่นอน ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่ายังไงก็ไม่แฮปปี้

 

ตอนแรกกะจะให้อาคายะนอนอยู่แบบนั้นด้วย แต่คิดไปคิดมา แบบนั้นก็ทรมานทั้งสองฝ่าย เอาแบบนี้ดีกว่า.....

 

อ่อใช่ ที่เขียนก็เพราะอยากจะเขียนถึงพวกรุ่นพี่ด้วยแหละ มาทำกับคนของริคไคขนาดนี้.....ไม่มีทางที่จะได้สงบสุข...ชอบอารมณ์ประมาณนี้ล่ะมั้งคะ?

 

เอาล่ะแต่ก็ต้องขอโทษแม่ยกในหลายๆฝ่ายด้วยนะคะ //วิ่งหลบอาวุธ

 

edit @ 15 May 2013 15:08:49 by Lufe Lufe Lufe

edit @ 15 May 2013 20:01:58 by Lufe Lufe Lufe

Comment

Comment:

Tweet

ผมรออยู่เสมอ  ยิ่งเนื้อเรื่องดราม่ายิ่งชอบครับ 
สู้ๆต่อไปครับ  แล้วผมจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะ  open-mounthed smile

#14 By KATSUYO on 2013-05-20 18:12

@momojikun  ชี่กััคมีโปรเจ็คจะปั่นอยู่แล้วค่ะ น่าจะเป็นเรื่องยาว ดราม่าอีกแล้ว 5555 แต่คงต้องรอหน่อยนะคะ

#13 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-20 13:15

อยากได้คู่  โอชิทาริ x กาคุโตะ  ไม่ก็  ฮิโยชิ x กาคุโตะ ครับ  คู่พวกนี้ช่างตามหายากเหลือเกิน  //ปาดเหงื่อ

#12 By KATSUYO on 2013-05-19 23:37

@momojikun  คู่อะไรล่ะค่ะ รีเควสมาก่อนก็ได้ค่ะ แต่อาจจะปฎิเสธ //โดนเตะ

#11 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-19 23:35

ขอบคุณที่แอดครับ   ไว้ปั่นฟิคดีๆมาให้อ่านกันอีกนะครับ
ผมรออ่านอยู่  รีเควสคู่ได้มั้ยเนี่ย  =w=;;

#10 By KATSUYO on 2013-05-19 23:29

@momojikun  ฟิคเก่าๆภาษไม่ค่อยสวย ขอบคุณที่มาติดตามแล้วก็ขออนุญาติแอดบล็อกนะคะ

#9 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-19 23:24

ไม่ใช่ไม่ถูกใจแบบนั้นนะครับ   ความจริงผมก็ชอบฟิคแนวนี้อยู่เลย  อ่านให้เจ็บปวดเล่นนี่ก็เป็นงานอดิเรก #ห๊ะ??
เดี๋ยวอ่านเรื่องต่อๆไปเช่นกันครับ   ไว้จะมาทยอยอ่าน ^_^

#8 By KATSUYO on 2013-05-19 23:23

@momojikun จบไม่ถูกใจต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่พล็อตวางไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะ เป็นคนชอบอะไรที่มันหน่วงๆแล้วก็เกลียดการล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นมาก.... ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

#7 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-19 23:20

จบแบบไม่แฮปปี้จริงๆด้วยครับ  น่าสงสารฮิโยชิคุงนะครับเนี่ย ..

#5 By KATSUYO on 2013-05-19 23:15

@capuchino-chocolate   พ่อบ้านคะ คอมเม้นกับอีโมไม่เข้ากันเลยนะคะ โอ๋นะๆ แค่อาคายะไม่เจ็บน้องสี่ก็พอใจแล้ว

#4 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-18 20:42

พอได้แต่มองเหมือนอาคายะในตอนแรกแล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะ เจ็บปวดเหมือนเขาบ้างหรือยัง! ทรมาณต่อไปจนตายเถอะแก ; A ;

#3 By YULATY on 2013-05-18 04:11

@ralph-sarit  ดีใจที่ชอบนะคะ บรรยากาศหน่วงๆนี่แต่งแล้วเกือบร้องเองเป็นบางทีด้วยล่ะค่ะ 555  ชอบริคไคที่ไม่ได้รักกันเหมือนเซชุนกับเฮียวเท แต่รักกันเหมือนครอบครัวเลยตั้งใจให้ออกมาแนวนี้น่ะค่ะ  เด็กน้อยของบ้านถูกรังแกขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงคนในทีมต้องไม่ยอมเเน่ๆเลยค่ะ

#2 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-15 20:07

ผมชอบเรื่องที่บรรยากาศแบบนี้นะ คิดว่าจบแบบนี้ก็ดีแล้วแหละ ดีใจที่ตอนนี้คนอื่นๆ ในริคไคออกด้วย
 
ป.ล. อาคายะน่ารักเสมอ (ไม่เกี่ยวแต่อยากพูด ฮะๆ)

#1 By Ralph on 2013-05-15 17:28