Fic Tenipuri -Coffee Shop- [HBD Zaizen Hikaru] First Part

posted on 20 Jul 2013 22:52 by lufelemperor

Title : -Coffee Shop - 

 

Pairing : 

 

Rate : Drama-pg 13

 

Author : Lufe Lufe Lufe

 

Warning :Yaoi

Coffee Shop

ไซเซ็น ฮิคารุลืมตาตื่นขึ้น เมื่อแสงตะวันเริ่มสาดส่องเข้ามาทางรอยต่อของผืนม่าน เด็ก...ไม่สิ ชายหนุ่มยกแขนขึ้นบิดตัวแก้อาการปวดเมื่อยเล็กน้อยก่อนจะคว้าโทรศัพท์คู่ใจเพื่อดูเวลา....แต่ท่าทางจะมีข่าวดีแถมมาให้

นิ้วด้านจากการจับสายกีต้าร์พิมพ์รหัสปลดล๊อก อีเมล์จาก‘ท่านประธาน’ก็เด้งขึ้นมาโชว์

โปรดิวเซอร์ที่ร่วมแต่งเพลงกับเขาป่วย.....การคัดเลือกคนที่จะได้ร้องเป็นอันยกเลิก

‘หมายความว่าวันนี้เขาหยุดสินะ’

ถึงจะรู้แบบนั้นเขาก็ยังจัดการตัวเองแล้วคว้ามือถือและกระเป๋าสะพายคู่ใจออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

เป็นนิสัยเสีย....ที่ไม่ชอบอยู่เพียงคนเดียว

ขาเรียวก้าวยาวๆไปตามทางที่คุ้นตา ถึงแม้ตัวเขาจะโตขึ้นจากอัจฉริยะแห่งชิเท็นโฮจิจนกลายมาเป็นนักแต่งเพลงที่ไม่ว่าใครก็อยากได้ตัวไปแต่งเพลงให้ แต่นิสัยเอาแต่ใจนั้นยังอยู่ ทุกครั้งที่เขาแต่งเพลง.....เขาคือคนตัดสินว่าใครจะร้อง ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพลงที่เขาแต่ง ต่อให้เป็นท่านประธานก็ไม่มีสิทธิหือ

นัยน์ตาคมสีนิลสวยเหลือบไปเห็นป้ายโรงเรียนชิเท็นโฮจิที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นป้ายอลูมิเนียมเพื่อความคงทนกว่าเดิมแล้วเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ

เวลา...ผ่านไปเร็วมาก...เร็วเกินไป  

พอหลุดจากภวังค์แล้วรู้ว่าตัวเองเริ่มฟุ้งซ่าน ไซเซ็นก็รีบคว้าเฮดโฟนขึ้นมาต่อกับมือถือแล้วปรับเสียงเพลงให้ดังกลบความคิดของตัวเอง

ทำไมวันนี้ถึงได้เลือกเดินผ่านทางนี้กันนะ.......

ไซเซ็นยิ้มเย้ยหยันแล้วปรับเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีกระดับ

...............................................................................................................................................

จนสุดท้ายเขาก็มาถึงที่หมาย

ร้านกาแฟขนาดกลางแห่งหนึ่ง

ร้านตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทนให้ความรู้สึกอบอุ่น ในร้านเปิดเพลงคลอเบาๆให้ลูกค้าผ่อนคลาย แต่ไซเซ็นไม่เคยสนใจฟังว่ามันเป็นเพลงอะไร แบบไหน ทุกครั้งที่เข้ามาในร้าน ไซเซ็นไม่เคยถอดเฮดโฟน

เจ้าของร้านหนุ่มที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ยิ้มทักทาย

ลูกค้าขาประจำคนนี้สั่งอาหารอยู่เพียงแค่แบบเดียว ไม่เคยเปลี่ยน เห็นว่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขายังไม่ได้รับช่วงกิจการนี้จากคุณพ่อ เพราะอย่างนั้นเลยไม่เคยรู้เหตุผล

เขารู้เพียงแค่ว่าทุกครั้งที่ไซเซ็นนั่งที่ประจำข้างหน้าต่าง แววตานั้นดูเศร้าเหลือเกิน

...............................................................................................................................................

จู่ๆฝนก็โปรยปราย....

จากตกปรอยๆก็กลายเป็นว่าเทลงมาอย่างหนักหน่วง

ทำให้มีลูกค้าไม่น้อยที่วิ่งเข้ามาหาที่หลบฝนและถือโอกาศสั่งของหวานกินเล็กๆน้อยๆทำเอาเจ้าของร้านหัวหมุน

หลังจากที่จัดการกับเมนูทั้งหลายแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาพบกับลูกค้าอีกคนที่ตัวเปียกซก

ทว่าไม่เหลือที่ว่างในร้านอีกแล้ว

ขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นจะเดินออกไป เขาก็ตะโกนร้องเรียกไว้

“คุณลูกค้าครับ!”

คนตัวเปียกหันกลับมามองอย่างแปลกใจทำให้เขาเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นหน้าตาดูดีไม่น้อย นัยน์ตาสีฟ้าสดเหมือนท้องฟ้าในยามที่ไร้เมฆรวมกับเรือนผมสีน้ำตาลทองที่ย้อมไล่สีมาอย่างดีที่ลู่ลงแนบหน้าเล็กน้อย ถ้าหากเขาเป็นผู้หญิงล่ะก็ป่านนี้คงกรี้ดสลบไปแล้ว

“พอมีที่ว่างเหลืออยู่ครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจจะร่วมโต๊ะกับใคร....”เขามองไปทางโต๊ะที่มีที่นั่งสำหรับสองคนที่ไซเซ็นนั่งอยู่ ยังไงฝ่ายนั้นก็เป็นลูกค้าประจำ คงพอคุยกันรู้เรื่อง

“ขอบคุณมากครับ อันที่จริงผมแค่อยากได้ที่นั่งรอสักพัก โทรให้เพื่อนเอาร่มมาให้แล้วล่ะครับ”อีกฝ่ายยิ้มแห้งก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

“ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้เลยครับ”เขาเดินนำไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่เป็นเป้าหมายทันที

...............................................................................................................................................

“เอ่อคุณครับ คือว่าลูกค้าท่านนี้อยากได้ที่นั่งรอเพื่อนสักพัก โต๊ะอื่นมันก็เต็มแล้วไม่ทราบว่า...”เสียงของเจ้าของร้านดังกระทบโสตประสาทไซเซ็นที่กำลังเหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะถามอะไรถึงได้พยักหน้า...ทั้งๆที่หันหลังอยู่นั่นแหละ

ยังไงก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว อีกฝ่ายคนแค่มานั่งๆเดี๋ยวก็ไป

ไซเซ็นหยิบส้อมตัดบราวนี่ขึ้นมาคำเล็กๆใส่ปากอย่างใจลอย จนกระทั่งได่ยินเสียงอีกฝ่ายดังขึ้นมาส้อมในมือถึงได้หลุดร่วงลงกระแทกจาน

“เดี๋ยวนี้กินของหวานได้แล้วหรอ....ฮิคารุ”

“เซม...ไป”

สำหรับไซเซ็นแล้ว การเห็นโอชิทาริ เคนยะนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจซะยิ่งกว่าตกใจ ทุกสรรพสิ่งเหมือนจะเงียบสงัด ไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งๆที่เพลงก็ยังคงก้องอยู่ในหู สายฝนเองก็ยังไม่หยุดกรรโชก ไหนจะเสียงจ้อกแจจอแจในร้าน

“ฮิคารุ?”

“กรุณาเรียกผมว่าไซเซ็นด้วยครับ”เสียงเรียกของรุ่นพี่เรียกสติของเขากลับมาอีกครั้ง ไซเซ็นปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะซ่อนมือสั่นๆนั่นไว้ใต้โต๊ะ

“นั่นสินะ...ไซเซ็น”นัยน์ตาสีสดหมองลงไป ก่อนจะเริ่มหาเรื่องเปิดประเด็นเมื่อบรรยากาศอึดอัดขึ้นทุกที

“มาหลบฝนหรอ?”

“เปล่านี่....ผมก็มาของผมเหมือนปกติ”มองออกไปนอกหน้าต่าง หลีกเลี่ยงการสบตาแม้ว่าเขาจะพูดความจริง

“เหมือนสมัยยังเรียนอยู่สินะ แต่ก่อนก็มาบ่อยๆเนอะ”เคนยะหัวเราะแห้งๆพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้นโดยพูดถึงเรื่องเก่าๆ

คนที่ทำให้หัวเราะได้ก่อนคือผู้ชนะ และผู้ชนะคือผู้ชนะ! คำขวัญของชิเทนโฮจิยังติดอยู่ในหัวของเขาแต่ทว่าเหมือนเขาจะแพ้ราบ

ไซเซ็นไม่มีปฎิกิริยาเลยแม้แต่น้อยหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวเมื่ออีกฝ่ายหันมาเอ่ยต่อบทสนทนา

“นั่นสิครับ.....เหมือนกับตอนที่เซมไปบอกเลิกผมไปคบกับกัปตัน”รอยยิ้มเสียดสีกลับดวงตาที่ราวกับจะเหยียดคนตั้งโลก ทั้งหมดนี้ยังไม่แย่พอเพราะคนที่ถูกพูดถึงเดินเข้ามาพอดี

“เคนยะ ฉันบอกกี่รอบแล้วว่าให้หยิบร่ม....”ชิราอิชิ คุราโนะสุเกะเองก็ตกใจไม่แพ้กัน แม้แต่กัปตันผู้แสนเพอร์เฟ็คก็ไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์อย่างไร

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับกัปตัน...สวัสดีและลาก่อน”รอยยิ้มนั้นเผื่อแผ่ไปถึงผู้มาใหม่ไซเซ็นหยิบเงินวางลงบนโต๊ะแล้วเดินจากไป ปล่อยให้รุ่นพี่ทั้งสองค้างอยู่แบบนั้น

ร่างโปร่งก้าวยาวๆออกมานอกร้าน ปล่อยให้สายฝนที่หนักหน่วงและความเย็นทิ่มแทงตัวเอง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดฝนนั้น....มีน้ำตาปะปนอยู่

TBC.Part End

Comment

Comment:

Tweet

อี-ตา-บ้า เคนย้าาาาาาา!!!!!!!!
อีตา..อีตา..หัวสีผิดธรรมชาติ การี๊ดดดดดดดดด
แก๊!!!! บังอาจทำไซเซ็นน้อย(?)ของฉัน(!?)ร้องไห้
อย่าอยู่เลยยย ดับไปซร๊ะ!!! เลเซอร์บีม!!

#1 By karakuri (223.204.55.51) on 2013-08-26 00:30