Fic Tenipuri -Coffee Shop- Middle Part

posted on 31 Oct 2013 13:15 by lufelemperor

Title : -Coffee Shop – [Middle part]

Pairing : 

Rate : Drama-pg 13

Author : Lufe Lufe Lufe

Warning :Yaoi

ปวดหัว 

ไซเซ็นลุกขึ้นมาจากเตียงเหมือนเมื่อวาน เสื้อผ้ายังเป็นตัวเดิมที่ใส่ออกไปข้างนอก ตั้งแต่กลับเข้ามาที่ห้องเขาก็ล้มตัวลงกับเตียง ขดตัวอยู่บนนั้นจนหลับไป

ปวดหัว 

เขาโซเซลุกขึ้นมาจากเตียง ฝืนอาบน้ำลวกๆก่อนจะกลับมานอนแผ่อย่างหมดสภาพ

ปวดหัว 

หลังจากที่อดีตอัจฉริยะแห่งชิเท็นโฮจิหลับตารวบรวมเรี่ยวแรงได้สักพักก็พยุงตัวเองไปที่ครัว คว้ายาแก้ปวดหัวเทใส่มือโดยไม่แม้แต่จะนับเม็ด ก่อนจะกลืนลงไป

ดีขึ้นมาหน่อย.......มั้ง 

ไปกินของหวานคงดีขึ้น ในใจคิดถึงร้านกาแฟเจ้าประจำแต่กลับได้เรื่องเมื่อวานเป็นของแถม ไซเซ็นขมวดคิ้วแน่นมือหนึ่งคว้ามือถือและกระเป๋าสตางค์แต่อีกมือสัมผัสบริเวณหัวใจ

เจ็บ 

........................................................................................................................................................................

ลืมหยิบหูฟังมา....... 

ไซเซ็นขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

ช่วงนี้ดวงตกรึไง 

แล้วเมื่อไหร่จะถึงร้านสักที ทางมันไกลขึ้นหรือไง เริ่มเหนื่อยแล้วนะ 

ริมฝีปากอ้าน้อยๆผ่อนลมหายใจด้วยความเหนื่อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นประตูร้านอยู่ไม่ไกล

อีกนิดเดียว...... 

............................................................................................................................................................

เจ้าของร้านหนุ่มฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ขณะถือขนมไปเสิร์ฟลูกค้า วันนี้ไม่ค่อยมีคนมาทำให้งานค่อนข้างสบาย ถึงรายได้จะน้อยแต่ก็เฉลี่ยๆไปกับเมื่อวานที่ลูกค้ามาแน่นจนล้น

ต้องขอบคุณฝนรึเปล่านะ? 

โอ๊ะ พึ่งนึกได้ ยังไม่เห็นไซเซ็นคุงเลย ตากฝนไปแบบนั้นจะป่วยรึเปล่า 

คิดถึงลูกค้าขาประจำนิดเดียว เสียงประดิ่งที่ประตูร้านก็ดังขึ้น ขณะที่เขาส่งยิ้มแล้วเอ่ยทักทาย

“อ้าว ไซเซ็นคุง”

“ทา.....”เรียกชื่อเขาออกมาได้คำเดียว ร่างของเด็กหนุ่มก็ทรุดลง

“ไซเซ็นคุง!!”

..........................................................................................................................................................

เสียงอะไร 

ดนตรีคลาสสิก? 

คุ้นหูแบบนี้.....เปียโนงั้นหรอ 

ให้ตายสิ 

เขาเกลียดเปียโน 

หยุดเพลงนั่นสักที 

ไซเซ็นลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา

เสียงเปียโนหยุดลง

“ตื่นแล้วหรอ.....”

“............”

“พึ่งรู้ว่านายขี้เซาขนาดนี้นะเนี่ย หนึ่งวันเต็มเลย”

“..........”

“ฮิโยชิคุงกับคิริฮาระคุงเอาขนมมาเยี่ยม มีเซ็นไซของโปรดนายด้วยนะ”

“...............”

“เป็นไข้แล้วฝืนนี่ไม่ดีเลยนะไซเซ็น ฉันเคยบอกนายกี่รอบแล้ว คราวนี้ไปรบกวนทา.....”

“คุณเอาผมมาไว้ที่ไหน”ไซเซ็นยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ถึงแม้ว่ายังจะมึนหัวแต่ก็พอเดาได้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล

แกรนด์เปียโนกับเตียงขนาดควีนไซส์ที่เขานอนอยู่พิสูจน์มันได้ดี......

โอชิทาริ เคนยะละสายตาจากคีย์เปียโนแล้วหันมาส่งยิ้มให้เขา

“.......บ้านฉันเอง”

 “!?”

“ที่ร.พ.ห้องเต็มน่ะ ไหนๆฉันก็เป็นเจ้าของไข้นายเลยรับผิดชอบพากลับมาด้วย”

“ผมหายแล้ว จะกลับบ้าน ค่ารักษาก็ส่งบิลมาแล้วกัน”เขากระแทกเสียงอย่าหงุดหงิดแล้วเคลื่อนตัวลงจากเตียงนุ่มทันที

และเมื่อเท้าเปล่าของเขาหย่อนลงแตะพื้นไม้ก็ถูกเจ้าของห้องผลักให้ลงไปนอนแผ่

“นี่คุณ!”

“No speed no life~”คำพูดติดปากของสปีดสตาร์แห่งนานิวะทำให้ไซเซ็นโกรธมากกว่าเดิม

“นี่คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่! ปล่อย.เดี๋ยว.นี้.นะ!”คน(พึ่งหาย)ป่วยตวาดสั่ง

“ไม่ปล่อย.......ทำไมถึงเรียกว่าคุณล่ะ ทำไมไม่เรียกเซมไปเหมือนเดิมล่ะ”ปฎิเสธเสียงนิ่งก่อนจะถามคำถาม แววตาที่ร่าเริงอยู่ตลอดเวลาเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีความจำเป็น”นัยน์ตาของไซเซ็นหรี่ลงอย่างเย็นชา

ทำไมต้องให้ความสนิทสนมกับคนที่ทำร้ายจิตใจ? 

ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใจอ่อน..ไม่มี 

ฟุบ

เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง เมื่อคนที่คร่อมอยู่ด้านบนทิ้งตัวลงมาทับ...กอดเขาเอาไว้แล้วกระซิบข้างหูซ้ำๆ

“โกรธเรื่องนั้นใช่ไหม ขอโทษนะ ขอโทษ”

“ปล่อย......”

“จะไม่ยกโทษให้ก็ได้..แต่ขอให้ฉันได้อธิบายได้ไหม”

“ไม่มีความจำเป็น”

“เมื่อ 10 ปีที่แล้ว.....”

-Flash back-

 “จะว่าไปแกก็จะจบม.ต้นแล้วสินะ เคนยะ”โอชิทาริผู้พ่อกล่าวเปรยในเวลาอาหารเย็นที่ทุกคนพร้อมหน้า

เคนยะพยักหน้าแบบไม่ใส่อะไรมากนัก ขึ้นม.ปลายก็เรียนต่อในแผนกม.ปลายที่เดิม เกรดของเขาอยู่ในเกณฑ์ดี

ไม่ว่ายังไงก็ได้เรียนต่ออยู่แล้ว

“พ่อว่าจะให้แกไปต่อม.ปลายที่อเมริกา”

“อะไรนะครับ!?”ตะเกียบในมือร่วงจากมือกระทบโต๊ะเสียงดังกังวาล

 “ก็แกอยากเป็นหมอไม่ใช่หรือไง ถ้าจบม.ปลายที่นู่นพ่อก็หาทางให้แกไปเรียนต่อที่ฮาร์วาร์ดได้ ที่นั่นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางการแพทย์ที่ 1 ของโลกเลยนะ ดีไม่ดีก็ไปทำงานอยู่ที่นั่นเลย”ผู้เป็นพ่อพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง

“แต่ผมอยากอยู่ที่ญี่ปุ่น”

“กลับมาแกก็มาทำงานต่อที่ญี่ปุ่นได้”

“แล้วเทนนิสล่ะครับ”

“พูดเหมือนอเมริกาไม่มีเทนนิสให้เล่น ก็เล่นไปซะสิ ไม่มีใครห้าม”

แล้วฮิคารุล่ะ.... 

เขากลืนคำถามนั้นลงคอไป

นอกจากยูชิญาติสนิทแล้วคนในบ้านไม่มีใครรู้เรื่องของเขากับรุ่นน้องอีก

โอชิทาริเป็นตระกูลที่มีประวัติค่อนข้างยาวนานพอสมควรแน่นอนว่ายึดถือในธรรมเนียมปฎิบัติมาก

โดยเฉพาะเรื่องที่ลูกชายต้องสืบทอดทายาท

ไม่มีวันที่จะยอมรับเรื่องที่เขาคบกับผู้ชายด้วยกัน 

“ผม...ขอตัว”เคนยะพูดตัดบทเอาดื้อๆแล้วขึ้นไปขังตัวเองไว้ในห้องนอน นอนคว่ำหน้ากับเตียงแล้วคิดอย่างหนัก

“..จะทำยังไงดี......”

-Flash back-

“พ่อครับ...ผมจะไปเรียนต่ออเมริกาตามที่พ่อต้องการ...แต่ว่า”

“แต่อะไร?”โอชิทาริผู้พ่อเลิกคิ้วถาม

“ครั้งนี้ผมทำตามที่พ่อต้องการ แต่ตอนที่ผมเรียนจบแล้วกลับมาที่ญี่ปุ่น ผมมีสิทธิ์จะขออะไรพ่อก็ได้ 1 อย่าง.....ได้ไหมครับ”ถึงแม้จะเป็นคำขอร้อง แต่เจ้าตัวกลับจ้องตาคู่สนทนาอย่างหนักแน่น

“เอาสิ ถ้าแกเรียนจบล่ะก็จะขออะไรก็ได้ทั้งนั้น”ผู้เป็นพ่อยิ้มร่าเมื่อลูกชายยอมเดินตามเส้นทางที่เขาวางเอาไว้

“ขอบคุณมากครับ...ผมต้องไปโรงเรียนแล้ว”

“ไปดีมาดีล่ะ”

“ครับ”

เคนยะลอบถอนหายใจ

ยังมีอีกเรื่องที่ต้องไปจัดการ 

-Flash back-

วันจบการศึกษา

“ฮิคารุ.......มานี่หน่อยสิ”เคนยะเรียกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ให้ตามตัวเองมายังหลังห้องชมรม

ที่ๆชิราอิชิรออยู่ 

“กัปตัน..เซมไป..ทำไม?”ไซเซ็นมองทั้งสองคนอย่างสับสน

ก็ไม่แปลกหรอก..เพราะเขากุมชิราอิชิเอาไว้

“เราเลิกกันเถอะ ฉัน.....จะคบกับชิราอิชิ” กลั้นน้ำเสียงเจ็บปวดเอาไว้ อดทนพูดด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้งย็นชา

ไซเซ็นยิ้มกำหมัดแน่น อวยพรพวกเขาด้วยน้ำเสียงประชดชันอยู่ในที ก่อนจะเดินจากไป

หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เจอกันอีกเลย

จนกระทั่งที่ร้านกาแฟในวันนั้น........

 
 
.....................................................................................................................
 
 
TBC. in Part End
 
 
Talk.....มันควรจะสองตอนจบ...

Comment

Comment:

Tweet